สมุนไพร2เหรียญทองระดับโลกพัฒนาต่อเนื่อง

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดโชว์ผลงานคนไทยระดับโลก ที่เชียงราย ชูสมุนไพรไทย รับรางวัล 2 เหรียญทอง ด้านผลิตภัณฑ์นวัตกรรมดีเด่นจากงาน EUROEVENT 2020 ทวีปยุโรปเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา และเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาได้รับรางวัล 2 เหรียญทองจากการประกวดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมดีเด่น 

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 ดร.ปรเมธี วิมลศิริ ประธานกรรมการมูลนิธิพัฒนาไท ประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย อดีตเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธาน  เปิดกิจกรรม รวมพลังวุฒิอาสาธนาคารสมองภาคเหนือ จัดโดย มูลนิธิพัฒนาไทร่วมกับ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และวุฒิอาสาธนาคารสมองภาคเหนือ ซึ่งเป็นการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ กิจกรรมมีการรวมตัวกันของวุฒิอาสาฯ และภาคีเครือข่ายประมาณ 500 คน  ที่ห้องประชุมเชียงรุ้ง โรงแรมเวียงอินทร์ อ.เมือง จ.เชียงราย 

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคเหนือและทิศทางการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ ดัชนีความก้าวหน้าของคนในภาคเหนือ  ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการของเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมากมาย และสิ่งที่โดดเด่นในงาน คือ  ผลิตภัณฑ์ครีมและขมิ้นชัน นักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ทั้งนี้ นายปรเมธี ได้แสดงความยินดีกับ ผศ.ดร.ภญ.รัตติรส คนการณ์ หรือ ดร.ออย นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชศาสตร์,สมุนไพร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ได้ค้นคว้าวิจัยและร่วมจัดทำผลิตภัณฑ์ครีมนวดแก้ปวดจากสมุนไพรและขมิ้นชันซึ่งพึ่งได้รับรางวัล 2 เหรียญทอง ด้านผลิตภัณฑ์นวัตกรรมดีเด่นจากงาน EUROEVENT 2020 ทวีปยุโรปเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา และเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาได้รับรางวัล 2 เหรียญทองจากการประกวดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมดีเด่น รวมทั้งตัว ผศ.ดร.ภญ.รัตติรส เองยังได้รับรางวัลนักวิจัยหญิง The Best Inventor Aword จากประเทศแคนาดา าสุดในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมายังได้รับเหรียญทองแดงจากประเทศเกาหลีใต้อีกด้วย

ผศ.ดร.ภญ.รัตติรส ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันประเทศไทยเรามีสมุนไพรที่มีคุณค่าต่างๆ มากมายแต่การนำมาใช้ประโยชน์จนเป็นที่ยอมรับทั่วโลกยังเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนา ดังนั้นตนจึงได้ค้นคว้าวิจัยเพื่อให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกรณีครีมสมุนไพรลดอาการปวด บาม อักเสพตามข้อและกล้ามเนื้อนั้นสมุนไพรไทยมีสรรพคุณดีมาก แต่ปัญหาของครีมทั่วไปคือเมื่อนำมาสกัดแล้วใช้ทาผิวหนังจะออกฤทธิ์ได้นานเพียง 15 นาทีจากนั้นความร้อนก็จะหายไป แต่การวิจัยคือใช้ระบบนาโนเทคโนโลยีด้วยการสกัดสมุนไพรในอานุภาพขนาดกลางที่เล็กกว่าเส้นผมถึง 800 เท่า จึงมีความพิเศษกว่าเพราะทำให้สามารถซึมลึกไปถึงจุดที่ปวดอักเสพแล้วจึงค่อยๆ ปล่อยสรรพคุณออกมา และยังออกฤทธิ์ได้นานถึง 24 ชั่วโมงแม้ว่าจะล้างผิวหรืออาบน้ำแล้วก็ตาม จึงมีประสิทธิภาพตามสรรพคุณได้ดีกว่า

ผศ.ดร.ภญ.รัตติรส กล่าวว่าส่วนขมิ้นชันของไทยนั้นถือว่ามีสรรพคุณที่ยอมรับกันทั่วโลกว่าบรรเทาโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน ลดไขมันในเส้นเลือด ลดน้ำมันตาลในเลือด ลดข้อเสื่อม ป้องกันโรคมะเร็ง ฯลฯ แต่ปัญหาคือสมุนไพรชนิดนี้จะไม่ละลายในน้ำจึงทำให้ไม่สามารถดูดซึมแล้วร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตนจึงได้คว้นคว้าวิจัยเพื่อให้สามารถละลายน้ำได้ด้วยการใช้นาโนเทคโนโลยีเข้าไปห่อหุ้มสารในขมิ้น ซึ่งทำให้เกิดการละลายในน้ำได้ในที่สุดซึ่งถือเป็นรายแรกของประเทศไทย และเท่าที่ทราบทั่วไปคือผู้วิจัยและจัดทำผลิตภัณฑ์ทั่วไปมีความพยายามจะทำให้เกิดการละลายแต่ยังไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพได้เช่นนี้มาก่อน

ล่าสุดได้มีภาคเอกชนที่อยู่ในวุฒิอาสาธนาคารสมองได้ร่วมกับ ผศ.ดร.ภญ.รัตติรส นำผลการค้นคว้าวิจัยมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้ธุรกิจ WQ World Quality of Life โดยเป็นผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรทั้ง 2 ชนิดดังกล่าวซึ่งพึ่งนำออกมาประชาสัมพันธ์ทางการตลาดได้เพียงประมาณ 1 เดือน โดยมีลักษณะเป็นธุรกิจเพื่อชุมชนด้วยการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชสมุนไพรและนำไปสนับสนุนกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้สูงอายุที่นิยมแสวงหาสมุนไพรที่มีคุณภาพไปใช้มากกว่ากลุ่มคนอื่นๆ กลุ่มคนทำงานในสำนักงานซึ่งประสบปัญหาอฟฟิศซินโดรมหรืออาการปวดกล้ามเนื้ออันเนื่องมาจากการทำงานที่ใช้กล้ามเนื้อมัดเดิมซ้ำๆ และกลุ่มผู้ออกกำลังกาย ด้วย.