จับคนไทย7คน ลักลอบเข้าประเทศ

จับคนไทย7คน ลักลอบกลับประเทศหลังไปทำงานคาสิโนพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ แถมยังเตรียมนั่งรถต่อไปยังบ้านเกิด ไม่สนโควิด19ระบาด เจ้าหน้าที่ดำเนินคดี พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนสาธารณสุข

วันที่ 18 เมษยน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.อ.จิรัฏฐ์ ผูกทอง ผบ.หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสมาน ผกก.ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เชียงแสน จ.เชียงราย ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เชียงแสน จ.เชียงราย ทำการควบคุมตัวคนไทย 7 คน ดำเนินคดีในข้อหา ลักลอบเข้า และ ออกนอกราชอาณาจักร และข้อหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักควบคุมโรคติดต่อ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 และข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนด พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 

ทั้งนี้การควบคุมตัว คนไทยทั้ง7 คน ได้ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจตราตามริมฝั่งแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว ต่อมาเมื่อไปถึงบริเวณช่องทางธรรมชาติเขตหมู่บ้านดอนมหาวัน หมู่ 9 ต.เวียง อ.เชียงของ พบเรือยนต์ขนาดเล็ก หรือ เรือกาบ จำนวน 2 ลำ แล่นมาจากฝั่งลาว เข้ามาเทียบท่าในฝังไทย จากนั้นเรือได้แล่นกลับออกไป เจ้าหน้าที่เห็นผิดสังเกต เพราะปัจจุบันชายแดนไทย-สปป.ลาว มีการปิดเกือบตลอดแนวตามมาตรการป้องกันไวรัสโควิด19 โดยเหลือชองทางเพื่อขนส่งสินค้าในบางจุดเท่านั้น

จึงเข้าตรวตสอบ จนพบเป็นคนไทย 7 คน ลักลอบกลับเข้ามาในประเทศไทย แยกเป็นหญิง 3 คน ชาย  4 คน อายุระหว่าง 20-36 ปี โดยมีภูมิลำเนาในพื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอนย เชียงใหม่ ลำปาง สอบสวนทราบว่าทั้งหมดเดินทางมาจากโครงการคิงส์โรมัน ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ ตรงข้าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยได้ลักลอบข้ามแดนจากฝั่งไทยไปช่วงเดือน พ.ย.2563 เพื่อไปทำงานที่โครงการดังกล่าวซึ่งมีบ่อนคาสิโน และสถานบันเทิง 

เมื่อถึงเวลาจึงได้พากันเดินทางกลับโดยเดินทางไปยังเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ตรงกันข้าม อ.เชียงของ ด้วยรถยนต์ ก่อนเพื่อจะได้หาเรือข้ามฟาก กลับเข้าประเทศไทย โดยทั้งหมดยังวางแผนการเดินทางต่อ และเมื่อถึง อ.เชียงของ ก็จะได้เดินทางด้วยรถยนต์กลับภูมิลำเนา เจ้าหน้าที่จึงนำส่งด่าน ตม.เชียงแสน พื้นที่ อ.เชียงของ ดำเนินคดีโดยมีการปฏิบัติการตามมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวดต่อไป

////