ยักษ์ รพ.เอกชนไทยชี้ธุรกิจสุขภาพปี 66 กระฉูดแค่รับจีนปี 5 ล้านคน ล็อคเป้าตรวจโควิดฯก่อนกลับสะพัดนับหมื่นล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องในโอกาสที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ ได้จัดตั้งขึ้นที่ จ.เชียงราย ครบ 30 ปี เมื่อวันที่ 10 ม.ค.2566 นี้ ศ.ดร.นายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทบางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ได้เดินทางไปทำบุญเนื่องในโอกาสที่โรงพยาบาลในเครือให้บริการด้านสุขภาพที่ จ.เชียงราย มายาวนานและได้ถือโอกาสปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ทิศทาง Wellness & Healthcare 2023”

ทั้งนี้ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ให้เกียรตืเป็นประธานในการปาฐกถาพิเศษ ทิศทางธุรกิจ Wellness & Healthcare 2023 ในโอกาสครบรอบ 30 ปี ของโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ศรีบุรินทร์ ที่ให้บริการทางด้านการแพทย์จนมาถึงปัจจุบัน ซึ่งให้บริการการรักษาผู้ป่วยทั้งในจังหวัดเชียงราย จังหวัดไกล้เคียง และประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยอีกแห่งหนึ่งของโรงพยาบาลเอกชน ที่มีความพร้อมเตรียมรับกระแสการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยมี ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอลปิทอล จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน พร้อมด้วย ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย นายแพทย์อิทธพงษ์ ยอดประสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกษมราฎร์ศรีบุริทร์ ตลอดจนผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และภาคเอกชนเข้าร่วมรับฟังในครั้งนี้ด้วย

ในโอกาสนี้ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวปาฐกถาพิเศษด้วยว่า ตามที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ศรีบุรินทร์ ได้จัดกิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นกิจกรรมที่ดี มีประโยชน์เป็นโอกาสที่ดีของทุกภาคส่วนที่จะร่วมรับฟังการปาฐกถาพิเศษ และการเสวนา ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่ากระแสของธุรกิจการบริการ wellness & healthcare 2023 มีความสำคัญที่กำลังเติบโตทั่วโลก ทิศทางดังกล่าวนับเป็นโอกาสอันดี ธุรกิจนี้ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องป้องกัน หรือส่งเสริมสุขภาพผู้คนเท่านั้น แต่ต้องสามารถคาดการณ์ในอนาคต การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ดึงจุดเด่นหลาย ๆ ด้านมาบูรณาการเข้ากับการให้บริการโดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายซึ่งเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว นักธุรกิจ หรือผู้ประกอบการ ควรมีองค์ความรู้ ทักษะ ความสามารถ มีการตระหนักรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้า โอกาสและการลงทุนในธุรกิจเตรียมพร้อมรับกระแสการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ฉะนั้นจึงใช้โอกาสนี้ในการเพิ่มพูนความรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ นำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจในการร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนให้จังหวัดเชียงราย พร้อมรับการเป็นศูนย์กลางการบริการด้านสุขภาพ และสร้างคุณประโยชน์ที่มีคุณค่าสูงแก่ประชาชนชาวจังหวัดเชียงราย

โดย ศ.ดร.นายแพทย์เฉลิม ได้ชี้ให้ผู้ที่เข้าร่วมรับฟังซึ่งเป็นคณะบุคคลจากหลายภาคส่วนได้รับทราบถึงโอกาสในการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและการดูแลรักษาสุขภาพในปี 2566 นี้ว่าธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพมีความสำคัญและคาดว่าจะเติบโตสวนกระแสธุรกิจอื่นๆ อย่างแน่นอนโดยเฉพาะที่เข้าไปเชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยวด้วย

ศ.ดร.นายแพทย์เฉลิม กล่าวว่า ตนเชื่อว่าตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป ธุรกิจที่จะมีโอกาสเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ หรือเป็นดาวรุ่งที่สุดคือธุรกิจด้านการแพทย์และความงาม ซึ่งจะสวนทางกับความย่ำแย่ลงเรื่อยๆ ของธุรกิจฟอกย้อม สื่อสิ่งพิมพ์ วารสาร โรงพิมพ์ ถ่ายรูป คลิปโต โรงเรียนเอกชน ฯลฯ หรือแม้แต่ธุรกิจส่งออกสินค้าซึ่งมีมูลค่ามากกว่าด้านสุขภาพก็เริ่มมีปัญหาโดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์ในทวีปยุโรป ขณะที่ผู้คนทั่วโลกและนักท่องเที่ยวมีความโน้มเอียงใช้บริการธุรกิจด้านการแพทย์และความงามมากขึ้น ทั้งนี้ในปี 2563 ประเทศไทยมีโรงพยาบาลเอกชน 69 แห่งซึ่งถือว่ามากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนและติดอันดับคุณภาพ 1 ใน 10 ของโลก จึงทำให้มีโอกาสเติบโตมากขึ้นโดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลเมื่อกว่า 10 ปีก่อนที่ระบุว่าโรงพยาบาลเอกชนมีรายได้รวมกันทั่วประเทศประมาณ 140,000 ล้านบาท และพบว่ารายได้นี้มาจากนักท่องเที่ยว 6-8% จากจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดโดยเป็นกลุ่มนักนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพดังนั้นในปัจจุบันจึงคาดว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มมากขึ้นอีกอย่างแน่นอน

ศ.ดร.นายแพทย์เฉลิม กล่าวอีกว่า ในอนาคตนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งพึ่งเปิดประเทศหลังยุคโควิด-19 ไปเมื่อวันที่ 8 ม.ค.2566 ที่ผ่านมาจะเป็นโอกาสสำคัญของธุรกิจ Wellness & Healthcare ในประเทศ โดยประสบการณ์ส่วนตัวของตนเมื่อได้เปิดโรงพยาบาลแห่งใหม่ที่นครหลวงเวียงจันทร์ สปป.ลาว พบว่าลูกค้ากว่า 27% เป็นชาวจีนที่พร้อมจะใช้จ่ายเงินเพื่อสุขภาพอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ธุรกิจด้าน Wellness & Healthcare ยังอยู่ในการประกอบธุรกิจทั้ง 2 รูปแบบคือรูปแบบ First S-Curve คือธุรกิจที่มีอยู่แล้วและต่อยอดให้ดีขึ้นซึ่งก็มีธุรกิจด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอยู่ด้วย และรูปแบบ New S-Curve ซึ่งหนึ่งในนั้นคืออุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรซึ่งสามารถรองรับการบริการด้านสุขภาพได้หลากหลายและบางอย่างไม่ใช่การรักษาแต่เป็นการดูแลสุขภาพและความงาม

ศ.ดร.นายแพทย์เฉลิม กล่าวด้วยว่า สำหรับ จ.เชียงราย ซึ่งมีความพร้อมเกือบทุกด้านตนเห็นว่าควรมีการพัฒนาเตรียมความพร้อมการเติบโตของธุรกิจดังกล่าว เพราะแหล่งท่องเที่ยวที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวในช่วงกลางคืนและมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาเหมือน จ.เชียงใหม่ ที่มีผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวออกมาใหม่ทุกปี โดยเฉพาะเพื่อรองรับชาวจีนที่คาดการณ์กันว่าจะเข้ามาในปีนี้มากถึง 5 ล้านคน โดยในส่วนของธุรกิจโรงพยาบาลก็สามารถแสวงหารายได้ได้โดยการประสานกับภาคธุรกิจโรงแรมที่พักต่างๆ เนื่องจากประเทศจีนมีข้อกำหนดให้ชาวจีนที่จะกลับประเทศจะต้องมีผลตรวจโควิด-19 แบบ RT-PCR เป็นลบ ดังนั้นจึงเป็นข้อบังคับที่นักท่องเที่ยวจีนจะต้องทำและความร่วมมือกันรองรับระวหว่างภาคเอกชนก็จะทำให้นักท่องเที่ยวจีนได้รับความสะดวกและเลี่ยงไม่พ้นที่จะใช้บริการอย่างแน่นอน ซึ่งยังไม่รวมถึงการรักษาพยาบาลต่างๆ หากเจ็บป่วย การฉีดวัคซีน ฯลฯ ซึ่งจะทำให้มีรายได้เข้าสู่ประเทศไทยได้นับ 10,000 ล้านบาท

ประธานกรรมการบริหารบริษัทบางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) กล่าวในตอนท้ายว่าปัจจุบันชาวจีนยังมีค่านิยมต้องการออกนอกประเทศเพื่อจะหาฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ประเภทวัคซีน mRNA เพราะในประเทศจีนสว่นใหญ่จะมีแต่วัคซีนชนิดประเภทเชื้อตาย ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่ภาคเอกชนไทยจะรองรับตรงจุดนี้อย่างไรก็ตามในปัจจุบันกำลังรอวัคซีนที่เป็นการผสม 2 สายพันธุ์ยี่ห้อโมเดอร์นาซึ่งเป็นชนิดใหม่ที่กำลังจดทะเบียนเจ้าเดียวอย่างเป็นทางการจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะมาถึงประเทศไทยราวเดือน เม.ย.2566 นี้ ซึ่งก็จะสามารถนำไปรองรับตรงนี้ได้ต่อไป.