แข่งทำอาหารเหนือ สร้างมูลค่าเพิ่มด้านการท่องเที่ยว

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดเชียงราย ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จัดกิจกรรมประกวดทำอาหารพื้นถื่นและอาหารฟิวชั่น  เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการท่องเที่ยว ความเป็นอัตลักษณ์ชุมชนโดยให้คงรสชาติ รูปลักษณ์ของอาหารตามแบบฉบับดั้งเดิม

9 สิงหาคม 2564 นายวุฒิชัย เสาวโกมุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายบุญเชิด ลีลาคุณากร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ร่วมกันเปิดกิจกรรมประกวดทำอาหารพื้นถื่นและอาหารฟิวชั่น  ที่ อาคารปฏิบัติการวิชาชีพเฉพาะคหกรรมศาสตร์ สำนักวิชาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โดยมี ผู้เกี่ยวข้องและทีมปรุงอาหารจากผู้ประกอบการชื่อดังและสถานศึกษาต่างๆ เข้าประกวด โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคืออาหารพื้นถิ่น และอาหารพื้นถิ่นฟิวชั่น ซึ่งพบว่ามีทีมเข้าร่วมแข่งขันประเภทละ 8 ทีม โดยต่างนำวัสดุดิบและเครื่องปรุงต่างๆ เข้าร่วมแข่งขัน

การแข่งขันผู้เข้าร่วมแข่งขันส่วนใหญ่ เน้นปรุงอาหารภาคเหนือที่เป็นอัตลักษณ์ เช่น แกงฮังเล แกงแคไก่ ยำไก่เมือง แกงหยวกกล้วย และ แกงผักปลัง ใส่จิ้นส้ม หรือ แหนม (อ่านว่า ผัก-ปั๋ง)  โดยผู้เข้าประกวดที่มาจากร้านอาหารชื่อดัง รวมทั้งสถาบันการศึกษาหลายแห่ง   ซึ่งแต่ละทีมล้วนมีสูตรอาหารลับเฉพาะและปรุงออกมาได้รสชาติที่อร่อยภายใต้เกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด เช่น การนำเสนอ โภชนาการ รสชาติ 

กระนั้นเนื่องจากสถานการณ์การท่องเที่ยวในปัจจุบันยังไม่เหมาะสมเนื่องจากยังมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 และรัฐบาลยังขอความร่วมมือในการเดินทางข้ามพื้นี่ ดังนั้นการท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย จึงได้เตรียมความพร้อ การพัฒนศักยภาพของผู้ประกอบการ การฟื้นฟูเสน่ห์ของอาหารถิ่นและแหล่งท่องเที่ยวเพื่อรองรับเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติต่อไป

นายบุญเชิด ลีลาคุณากร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย กล่าว่า ทั้งนี้กิจกรรมเป็นการส่งเสริมปีการท่องเที่ยว จังหวัดเชียงราย Visit Chiangrai Year ประจำปี 2564  ภายใต้โครงการส่งเสริมการตลาดและการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม เชิงนิเวศ และเชิงสุขภาพแบบบูรณาการ ดังนั้นจึงมีการจัดประกวดอาหารพื้นถิ่นโดยแบ่งเป็น 2 ประเภทดังกล่าวโดยประเภทแรกเน้นความเป็นอัตลักษณ์ชุมชนโดยให้คงรสชาติ รูปลักษณ์ของอาหารตามแบบฉบับดั้งเดิม ส่วนประเภทฟิวชั่นเน้นใช้วัตถุดิบหลักอย่างใบชาละกาแฟ เพื่อเปิดให้ผู้แข่งขันนำใบชาและกาแฟมารังสรรค์เข้ากับอาหารถิ่นในรูปอาหารฟิวชั่น ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและประกาศนียบัตร

นายวุฒิชัย เสาวโกมุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่าจากประสบการณ์ทั่วไปเราจะพบว่าอาหารนานาชาตินั้นจะไม่มีข้อจำกัดหลายอย่าง แต่สำหรับประเทศไทยเราแล้วมีอาหารที่มีความหลากหลายอย่างมากเพราะมีความอุดมสมบูณ์ ทำให้แต่ละภาคก็ยังมีอาหารที่เป็นเอกลักษณ์และมีเสน่ห์เฉพาะตัวอีกด้วย ดังนั้นการจัดกิจกรรมเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่ดีมากโดยเฉพาะเป็นการส่งเสริมอาหารพื้นเมืองของภาคเหนือที่มีรสชาติอร่อยจนขั้นชื่อ เช่น แกงฮังเลย ฯลฯ นอกจากนี้ในยุคปัจจบันการดูแลรักษาสุขภาพถือเป็นเรื่องสำคัญดังนั้นการส่งเริมอาหารพื้นถิ่นโดยหัวข้อหนึ่งของการประกวดคือส่งเสริมให้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพจึงถือเป็นเรื่องที่เหมาะสมอย่างยิ่ง