พบป่วยโควิด19จำนวน1รายสอบสวนการเดินทางเฝ้าระวังอีก10

วันที่ 21 มีนาคม 2563 นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะ ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาไวรัสโควิด-19 จังหวัดเชียงราย นายแพทย์ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดเชียงราย และ นายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ แถลงข่าว การพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายแรกของ จ.เชียงราย 

ผลการยืนยันว่าพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วจำนวน 1 ราย ผลตรวจจากห้องแล็ประบุเมื่อวันที่ 19 มี.ค.เวลา 23.00 น.และยืนยันผลวันที่ 20 มี.ค.โดยผู้ป่วยเป็นชายอายุ 35 ปี และต้องเฝ้าระวังอีก  10 คน ซึ่งใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายนี้ ตรวจเบื้องต้นผลเป็นลบ แต่ต้องกักตัวเอง 14 วัน มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลใกล้ชิด ทั้งนี้ยังได้มีการสอบสวนเส้นทาง การเดินทางของผู้ป่วย พบว่า เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ปอยเปต วันที่ 6 มีนาคม จากนั้นพักที่ กรุงเทพมหานคร โดยวันที่ 7 เดินทางกลับจังหวัดเชียงราย โดยเครื่องบิน และกลับยังบ้านที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย วันที่ 14 มีนาคม เพื่อนที่ได้เดินทางไปด้วยกันแจ้งว่า ป่วยเป็น โควิด 19 วันที่ 15 มีนาคม ไปร่วมพิธีบวชภายในหมู่บ้าน วันที่ 16 มีนาคม ไปขอตรวจโควิด19 และผลตรวจแจ้ง วันที่ 20 มีนาคม ติดเชื้อโควิด19 เข้าทำการรักษาตัว โดยไม่แสดงอาการก่อนการตรวจ

นายแพทย์ทศเทพ กล่าวว่า ผู้ป่วยรายแรกมีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.เทิง เมื่อพบเชื้อแล้วจึงประวัติทราบว่าได้เดินทางไปยังบ่อนคาสิโนที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา จากนั้นไปยังสถานบันเทิงย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ ก่อนจะเดินทางกลับ จ.เชียงราย ทางเครื่องบินถึงเมื่อวันที่ 7 มี.ค.กิจกรรมเคยไปร่วมงานบวชในพื้นที่ด้วยแต่อาจไม่เข้านิยายการสัมผัสหากไม่อยู่ในระยะ 1 เมตรและคุยกันนานนับชั่วโมง จากนั้นผู้ป่วยก็ไม่ได้มีอาการใดๆ แต่ได้ไปตรวจร่างกายเองเมื่อวันที่ 16 มี.ค.จนพบว่าติดเชื้อดังกล่าวและกระทั่งจนถึงปัจจุบันก็ไม่มีไข้และไม่มีอาการไอใดๆ เลย ดังนั้นแหล่งที่มาของเชื้อจึงไม่ทราบว่ามาจากแหล่งใดชัดเจนกระนั้นเป็นที่น่าสังเกตุว่าแหล่งโรคที่ย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ นั้นจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการน้อยมากจึงแนะนำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับย่านดังกล่าวได้ไปพบเจ้าหน้าที่สาธาารณสุขเพื่อตรวจดูเชื้อเหมือนรายนี้ด้วย

นายแพทย์ทศเทพ กล่าวอีกว่าสำหรับผู้ป่วยรายแรกนี้ได้มีการสืบสวนกิจกรรมของเขาตั้งแต่วันที่เข้ามาถึง จ.เชียงราย วันที่ 7-20 มี.ค.แล้ว พบมีผู้ใกล้ชิดที่เป็นกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน 10 รายซึ่งได้เก็บตัวอย่างไปตรวจได้ผลเป็นลบจำนวน 9 ราย และรอผลยืนยันอีก 1 รายโดยผลจะออกมามาในวันที่ 22 มี.ค.นี้ ส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยงน้อยจากการสืบสวนตลอดระยะเวลาดังกล่าวรวมไปถึงช่วงไปร่วมงนบวชก็พบมีจำนวน 20 ราย ซึ่งได้ใช้วิธีการกักตัวดูอาการเป็นเวลา 14 วันเช่นเดียวกับกลุ่มผู้ที่มีความเสียงสัมผัสสูงที่ผ่านการตรวจก็ให้มีการกักตัวเป็นเวลา 14 วันเพื่อความแน่นอนแล้วเช่นกัน 

ขณะที่นายแพทย์ไชยเวช กล่าวว่าปัจจุบันโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์มีผู้ป่วยวันละประมาณ 800 คน ดังนั้นตั้งแต่วันจันทร์ที่ 23 มี.ค.นี้จะให้ผู้ป่วยอายุ 70 ปีขึ้นไปที่มีนัดกับแพทย์ได้ใช้การถามอาการทางโทรศัพท์และจัดส่งยาไปส่งให้ที่บ้านแทน รวมทั้งระวังการรักษาเกี่ยวกับฟันที่เกิดการฟุ้งกระจายของโรคได้ง่ายด้วย ส่วนการรักษาผู้ป่วยรายแรกนั้นเป็นไปตามมาตรฐานโดยพบว่าผู้ป่วยโรคไวรัสโควิด-19 ทั่วไปจะใช้การรักษาตามอาการและหายเอง 80% และจะมีไม่เกิน 5% ที่อาการรุนแรงและต้องใช้ยาที่ผลิตจากประเทศจีนและญี่ปุ่นซึ่งปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขมีรองรับไว้อยู่แล้วต่อไป

นาประจญ ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมา จ.เชียงราย ได้ออกมาตรการต่างๆ มากมายซึ่งก็พบว่าในรายกลุ่มผู้เดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศแล้วกลับภูมิลำเนาใช้การกักตัวเวลา 14 วัน ซึ่งหลายคนก็พ้นระยะเวลาดังกล่าวไปแล้วและยังไม่พบผู้ป่วย สำหรับรายล่าสุดนี้อยู่นอกเกณฑ์เพราะไม่ได้ไปทำงานที่ต่างประเทศแต่กลับจากกรุงเทพฯ แต่เมื่อกลับมาแล้วกลับไปตรวจหาเชื้อด้วยตัวเองแล้วพบการติดเชื้อ ปัจจุบันทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามมาตรฐานโดยขยายผลเพื่อสกัดกั้นการแพร่กระจายของโรคออกไปแล้ว ขณะเดียวกันมาตรการอื่นๆ ก็ดำเนินไปอย่างเข้มข้นโดยมีการปิดจุดผ่านแดนถาวร จุดผ่อนปรนและช่องทางธรรมชาติที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านคือเมียนมาและ สปป.ลาว จนเหลือเพียง 2 จุดที่ อ.แม่สาย และ อ.เชียงของ เท่านั้น

////////

พื้นที่โฆษณา

7,436 total views, 9 views today