ลักลอบข้ามน้ำสายตะเวนลักรถพื้นที่อำเภอแม่สาย

2 เมียนมาลักลอบข้ามน้ำสายตะเวนลักรถพื้นที่อำเภอแม่สาย

วันที่ 19 เมษายน 2563 พ.ต.อ.เอกณสันต์ ศรีสองเมือง ผกก.สภ.แม่สาย จ.เชียงราย ดร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ในพื้นที่โดยเป็นชายจำนวน 2 คน ประกอบด้วย นายโซตาแม ไม่มีนามสกุล อายุ 19 ปี และนายอายี ไม่มีนามสกุล อายุ 29 ปี เป็นชาวสัญชาติเมียนมา อาศัยอยู่ จ.ท่าขี้เหล็ก ฝั่งตรงกันข้าม อ.แม่สาย พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 1 กย 8210 เชียงราย และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีแดงดำ หมายเลขทะเบียน คนบ 126 เชียงราย เครื่องมืองัดแงะ 1 ชุด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

โดยการจับกุมพร้อมของกลางมีขึ้นหลังจากเกิดเหตุมีกลุ่มแก๊งลักทรัพย์ตะเวนลักทรัพย์สินของชาวบ้าน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ตามพื้นที่ชายแดน อ.แม่สาย โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบเพียงภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีคนร้ายก่อเหตุ 2-3 วัน และพบของกลางรถจักรยานยนต์จอดทิ้งเอาไว้ตามจุดต่างๆ เพราะคนร้ายขนย้ายช่วงมี พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้ยาก

จนกระทั่งต่อมาเมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 19 เม.ย.นี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย ได้ออกตรวจตราในพื้นที่เพื่อติดตามคนกลุ่มนี้และได้พบรถจักรยานยนต์คันแรกถูกจอดทิ้งเอาไว้ภายในซอย 15 หมู่บ้านป่ายาง หมู่ 8 ต.แม่สาย ลักษณะมีพิรุธจึงเข้าไปตรวจสอบพบผู้ต้องหาทั้ง 2 คนอยู่บริเวณดังกล่าว จึงแสดงตัวขอควบคุมตัวเพราะฝ่าฝืน พ.ร.ก.ดังกล่าว แต่ทั้ง 2 กลับพากันวิ่งหนีทำให้เจ้าหน้าที่ต้องออกแรงวิ่งไล่จับกุมไว้ได้ในที่สุด

เมื่อสอบสวนทราบว่าทั้ง 2 ได้โจรกรรมรถจักรยานยนยต์คันมา 2 คัน และแอบนำไปจอดไว้ที่ซอย 4 ถนนเทศบาล 11 เทศบาล ต.แม่สาย เจ้าหน้าที่จึงตามไปตรวจยึดคืนมา โดยทั้งคู่ได้ลักลอบข้ามลำน้ำสายที่เป็นชายแดนไทย-เมียน มา ที่มีลักษณะตื้นและคับแคบในช่วงนี้มาตอนเวลาประมาณ 01.00 น.จากนั้นลักลอบโจรกรรมรถจักรยานยนต์ตามหอพัก ในเขตเทศบาล ต.แม่สาย โดยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งและเป็นกลุ่มเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามหาตัวรวมทั้งกล้องวงจรปิดได้จับภาพเอาไว้ได้ ทั้งนี้เมื่อได้ของกลางก็จะนำไปจอดไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อรอจังหวะนำข้ามลำน้ำสายไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขายทำกำไร

เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือรับของโจร” และ “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00-04.00 น.โดยไม่มีความจำเป็นหรือเข้าข้อยกเว้นหรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆ” จากนั้นนำตัวไปเสพหาสารเสพติดปรากฎว่าพบผลเป็นบวกอีก จึงตั้งข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย อีกกระทงหนึ่งด้วย.

 3,300 total views,  24 views today